Showing posts with label เทคนิคการเลี้ยง. Show all posts
Showing posts with label เทคนิคการเลี้ยง. Show all posts

การเลี้ยงปลาแบบผสมผสานช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย

- 0 comments
หากเพื่อนๆชาวเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกกำลังมองหาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับบ่อเลี้ยงของตัวเองและยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายไปในตัวด้วย อยากให้ลองมารู้จักกับ การเลี้ยงปลาแบบผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์ หรืออาจจะเรียกว่าเป็นวีธีน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าก็ได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเทคนิคการเลี้ยงปลาดุกที่เราอยากนำเสนอ ผมคิดว่าวิธีการนี้น่าจะเหมาะกับผู้ที่เลี้ยงสัตว์อยู่หลายๆประเภทอยู่แล้ว ยังไงก็ไปติดตามกันเลย

การเลี้ยงปลาแบบผสมผสานช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย

การเลี้ยงปลาในนาข้าว หรือ การเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น สุกร เป็ด ไก่ และการเลี้ยงปลาร่วมกับปลานั้น เกษตรกรในประเทศไทยและต่างประเทศได้ปฏิบัติกันมานานแล้ว เช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น รวมทั้งบางประเทศในยุโรปตะวันออก เช่น ฮังการี ประเทศเหล่านี้ต่างยอมรับกันว่า ระบบการผลิตสัตว์น้ำและสัตว์บกที่ผสมผสานกันนี้ เอื้ออำนวยประโยชน์ให้แก่กันเป็นอย่างดี นับเป็นระบบการผลิตทางการเกษตรที่มีประสิทธิภาพสูงมากระบบหนึ่ง

ลักษณะการเลี้ยงปลาแบบผสมผสานมีดังต่อไปนี้

การเลี้ยงปลาแบบผสมผสานหากจำแนกตามที่ตั้งของโรงเรือนเลี้ยงสัตว์จะพบว่ามีสองลักษณะคือ
  1. 1. แบบสร้างโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ไว้เหนือบ่อเลี้ยงปลา เป็นแบบที่นิยมกันมากที่สุด สัตว์ที่อาศัยอยู่ในโรงเรือนบนบ่อปลาจะได้ประโยชน์จากบ่อปลาในการช่วยลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนให้ต่ำลง สัตว์จึงจะไม่เครียด ทำให้กินอาหารได้มากขึ้น การสร้างโรงเรือนอย่างนี้ยังดูแลรักษาความสะอาดได้ง่าย ประหยัดแรงงาน ข้อเสีย คือ ต้นทุนค่าสร้างโรงเรือนสูงขึ้น เนื่องจากต้องใช้ไม้ทำเสา และวัสดุปูพื้นเพิ่มขึ้น โรงเรือนลักษณะนี้เหมาะสำหรับเสี้ยงสัตว์เล็ก เช่น เป็ดหรือไก่เท่านั้น
  2. 2. แบบสร้างโรงเรือนแยกออกไปจากบ่อปลา โดยมีรางระบายมูลสัตว์จากโรงเลี้ยงมาสู่บ่อปลา แบบนี้จะพบมากในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ใหญ่ เช่น สุกร ที่สร้างโรงเรือนเลี้ยงสัตว์อยู่ก่อนแล้วจึงขยายเนื้อที่เลี้ยงปลาโดยการขุดบ่อในภายหลัง
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก fisheries.go.th
[Continue reading...]

การเลี้ยงปลาดุกด้วยพืชสามารถช่วยผู้ประสบกับการขาดทุน

- 0 comments
ด้วยสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้น จึงไม่แปลกที่ทุกๆคนจะประสบกับปัญหาในเรื่องของราคาต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ขาดทุนในการเลี้ยงปลาดุก วันนี้จึงได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับการใช้พืชผักต่างๆมาเป็นอาหารเลี้ยงปลาดุกเพื่อลดต้นทุนในส่วนของค่าอาหาร ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนทางหนึ่งให้เกษตรกรผู้เลี้ยงได้นำไปทดลองใช้กับฟาร์มของตัวเอง

การเลี้ยงปลาดุกด้วยพืชสามารถช่วยผู้ประสบกับการขาดทุน

การเลี้ยงปลาดุกโดยทั่วไป ผู้ประกอบการจะประสบกับการขาดทุนหรือไม่คุ้มทุน เพราะปัจจัยการผลิตมีราคาแพง คือ อาหาร เกษตรกรหลายรายถึงกับเลิกการเลี้ยงปลาดุกไปทำกิจกรรมการเกษตร อย่างอื่นแทน จากการนำเกษตรกรผู้ร่วมโครงการศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน หมู่ที่ ๑ ตำบล ควนกลาง อำเภอพิปูน ไปทัศนศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนไม้เรียง มหาวิทยาลัยธรรมชาติ สถาบันเรียนรู้เพื่อพึ่งตนเอง หมู่ที่ ๒ ตำบลไม้เรียง อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช

เทคนิคการเลี้ยงปลาดุกแบบคุ้มทุนและทำกำไรให้กับผู้เลี้ยง

ซึ่งเริ่มจากการให้อาหาร ปลาเล็ก ให้อาหารแบบนับเม็ด คือ ตัวละ ๕ เม็ด โดยแช่น้ำก่อนให้กิน เมื่อปลาดุกโตขึ้น อายุ ๑ เดือน ให้เริ่มฝึกให้กินพืชกินผัก เช่น ผักตบชวา ผักกะเฉด ผักบุ้ง แทนในมื้อเย็น ช่วงแรกปลาจะไม่ค่อยกิน เพราะปลาดุกเป็นปลากินพืช แต่เมื่อหิวจัดก็จะกัดกิน ให้ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนปลากินเป็น ปลาก็จะกินผัก อาหารจากพืชผักแทนอาหารมื้อเย็น ทำให้สามารถลดต้นทุนลงได้ครึ่งหนึ่ง เมื่อครบกำหนดการจับปลา ขายผู้บริโภคจะชอบซื้อ เพราะปลาจะมีเนื้อแน่น รสชาดก็คล้ายปลาธรรมชาติ

ปัญหาที่พบในการเลี้ยงปลาดุกอีกอย่างหนึ่ง คือ ปัญหาของเนื้อปลามีกลิ่นสาบ วิธีการแก้ไข คือ เมื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำในทุก ๗ วันนั้นให้เติมน้ำจุลินทรีย์ลงไปด้วย ปริมาณการเติมขึ้นอยู่กับขนาดของ บ่อเลี้ยง ถ้าเลี้ยงในท่อซิเมนต์ใช้ ๒ – ๓ ช้อนโต๊ะ ก็จะทำให้ปลาดุกไม่มีกลิ่นสาบเวลารับประทาน หากจะให้การเลี้ยงปลาดุกให้ได้กำไร การให้อาหารพืชทดแทนในบางมื้อ ปลามีกลิ่นน่ารับประทาน ต้องใช้ น้ำจุลินทรีย์ปรับสภาพน้ำ เป็นที่มาของปลาดุกโตเร็ว รสชาดดีเป็นที่ต้องการของผู้บริโภค.

แหล่งที่มา phipun.nakhonsri.doae.go.th
[Continue reading...]

เรียนรู้วิธีการเตรียมบ่อเลี้ยงปลาเพื่อให้ได้ผลผลิตตอบแทนสูงสุด

- 0 comments
วันนี้จะมาพูดถึงวิธีเตรียมบ่อเี้ลี้ยงปลาและประโยชน์ที่ได้รับต่างๆ ซึ่งก็เป็นความรู้เบื่องต้นที่สำคัญสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มการเลี้ยงปลาดุก เพราะถ้าหากเราเตรียมบ่อไว้ไม่ดีอาจจะทำให้บ่อปลาสกปรกจนเป็นแหล่งของเชื้อโรคได้ และแน่นอนว่าปลาที่เราเลี้ยงไว้ก็จะป่วยไปด้วย หรืออาจจะถึงขั้นตายยกบ่อเลยทีเดียว

เรียนรู้วิธีการเตรียมบ่อเลี้ยงปลาเพื่อให้ได้ผลผลิตตอบแทนสูงสุด

การเตรียมบ่อเลี้ยงปลา หมายถึง การปรับสภาพแวดล้อม เช่น ความเป็นกรดเป็นด่าง ความสะอาดของก้นบ่อ ภายในบ่อเลี้ยงปลาก่อนการเลี้ยงปลาให้สามารถใช้เลี้ยงปลาได้โดยมีผลผลิตตอบแทนสูงสุดต่อหน่วยพื้นที่บ่อ

ประโยชน์ของการเตรียมบ่อเลี้ยงปลา

  • พื้นก้นบ่อมีโอกาสได้รับแสงแดดและออกซิเจน ทำให้อินทรีย์วัตถุที่หมักหมม อยู่ในบ่อมีการย่อยสลายตัวได้ดีทำให้อัตราการเจริญเติบโตของปลาดีขึ้น
  • เพิ่มเนื้อที่ของน้ำในบ่อให้มากขึ้น จากการลอกก้นบ่อและกำจัดวัชพืชต่าง ๆ ทำให้ปล่อยปลาลงเลี้ยงได้มากขึ้น
  • ฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ในบ่อปลาให้น้อยลง ทำให้อัตราการรอดตายของปลาเพิ่มมากขึ้น
  • กำจัดศัตรูปลาต่างๆ เช่น ปลากินเนื้อ ได้แก่ ปลาดุก ปลาช่อน ปลาบู่ ทำให้อัตราการรอดตายของปลาเพิ่มขึ้น
  • การปรับปรุงคันบ่อในขณะเตรียมบ่อทำได้ง่ายขึ้น

วิธีการเตรียมบ่อก่อนการเลี้ยงปลา

  • สำหรับบ่อเก่า ควรระบายน้ำออกแล้ว ปรับปรุงบ่อ โดยการถอนวัชพืชบริเวณก้นบ่อ ขอบบ่อ และคันบ่อออก ลอกเลนที่มีสีดำคล้ำและมีกลิ่นเหม็นออก
  • ใส่ปูนขาวโดยโรยให้ทั่วพื้นบ่อและขอบบ่อ
  • ตากบ่อทิ้งไว้ 2-3 วัน
  • กำจัดศัตรูปลาในกรณี ที่เป็นบ่อเก่าสูบน้ำให้แห้ง จะต้องทำการสูบน้ำในบ่อให้เหลือ 10-20 ซม. กำจัดวัชพืชต่าง ๆ ออกให้หมดแล้วกำจัดศัตรูปลาโดยใช้ยาเบื่อเมา
  • ปล่อยน้ำเข้าให้มีระดับความลึก 30-50 ซม. เพื่อกระตุ้นให้เกิดอาหารธรรมชาติ เช่น แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ เป็นต้น
  • ใส่ปุ๋ยคอกโดยหว่านให้ทั่วบ่อบริเวณที่มีน้ำท่วมถึงทิ้งไว้ 5-7 วัน
ขอบคุณข้อมูลจาก kasetsomboon.org
[Continue reading...]

สอนการทำอาหารปลาดุกจากเนื้อหอยเชอรี่เพื่อช่วยลดต้นทุน

- 0 comments
ก่อนหน้านี้เราได้นำเสนอเกี่ยวกับสูตรการทำอาหารปลาดุกแบบง่ายๆไปแล้ว มาวันนี้ก็ยังเป็นเรื่องของอาหารปลาดุกแต่เป็นการนำเนื้อหอยเชอรี่มาเป็นส่วนประกอบหลักในการทำ ซึ่งจะว่าไปแล้วหอยเชอรี่นั้นเป็นศัตรูตัวฉกาจของชาวนาทั้งหลายก็ว่าได้แถมยังมีปริมาณมากเกินความต้องการอีก จึงเป็นการดีที่เราจะมาช่วยกำจัดหอยเชอรี่โดยการนำมาทำอาหารปลาดุก ก็นับได้ว่าเหมือนเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลย

สอนการทำอาหารปลาดุกจากเนื้อหอยเชอรี่เพื่อช่วยลดต้นทุน

 วัตถุดิบและส่วนผสม

  • หอยเชอรรี่บด (แห้ง) - 2 กิโลกรัม
  • ข้าวเปลือกบด - 9.5 ขีด
  • รำละเอียด  - 2 กิโลกรัม
  • กากถั่วเหลืองบด (แห้ง)  - 1 กิโลกรัม
  • ปลายข้าวเหนียวบด - 1 กิโลกรัม
  • เกลือป่น - 1.2 ขีด
  • กล้วยน้ำหว้า - 1 กิโลกรัม
  • กะทิ - 2 ลิตร
  • น้ำร้อน - 1-2.5 ลิตร
สอนการทำอาหารปลาดุกจากเนื้อหอยเชอรี่เพื่อช่วยลดต้นทุน

ขั้นตอนการผลิตอาหารเลี้ยงปลาดุกจากเนื้อหอยเชอรี่

  1. ชั่งน้ำหนักวัตถุดิบแต่ละชนิดตามสูตรอาหารต่างๆ แล้วบดให้ละเอียดโดยใช้เครื่องปั่นไฟฟ้า
  2. ผสมวัตถุดิบต่างๆ ตามสูตรอาหารรวมกันโดยผสมนาน 30 นาที โดยเติมน้ำอุ่นทีละน้อยและนวดจนกระทั่งส่วนผสมของวัตถุดิบทั้งหมดสามารถจับตัวเป็นก้อน
  3. นำไปเข้าเครื่องอัดเม็ด
  4. ผึ่งให้แห้ง

ตารางแสดงคุณค่าทางอาหารและค่าองค์ประกอบของอาหารปลาดุกที่ผลิตขึ้นจากหอยเชอรี่

องค์ประกอบปริมาณทางอาหาร
โปรตีน(%)70.98
ไขมัน(%)13.53
คาร์โบไฮเดรต(%)37.53
การลอยตัว(นาที/น้ำ 1 กรัม)7.25
pH6.67

ในการให้อาหารแต่ละครั้งนั้นควรพึงระวังเรื่องการให้ในปริมาณที่มากเกินไปด้วยเพราะอาจจะทำให้น้ำในบ่อปลาดุกเน่าเสียและอาจเกิดปัญหาเรื่องโรคตามมาได้อีกด้วยครับ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก สนับสนุนงานวิจัยโดย : กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคลินิกเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ผู้วิจัย : ผศ.ดร.โศภิษฐ์ เวทยสุภรณ์
ข้อมูลอ้างอิงจาก research.msu.ac.th/Clinic/index.php
ขอบคุณภาพหอยเชอรรี่จาก ngthai.com
[Continue reading...]

วิธีการอนุบาลลูกปลาดุกที่เพิ่งฟักออกเป็นตัวใหม่ ๆ

- 0 comments
สำหรับวิธีการอนุบาลปลาดุกนั้นก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญสำหรับคนที่คิดจะเลี้ยงปลาดุกแบบจริงจัง ซึ่งจะเป็นการดีหากเราสามารถที่จะขยายพันธ์ปลาดุกเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนอกจากจะประหยัดเงินจากการไปซื้อลูกปลาดุกมาเลี้ยงแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้โดยการขายลูกปลาดุกที่เลี้ยงอีกด้วย

วิธีการอนุบาลปลาดุกที่เพิ่งฟักออกเป็นตัวใหม่ ๆ

เกี่ยวกับลูกปลาที่ฟักออกมาไม่นาน

เมื่อเกิดมาใหม่ๆลูกปลาดุกจะใช้อาหารในถุงไข่แดงที่ติดมากับตัว เมื่อถุงไข่แดงที่ติดมากับลูก ปลายุบ ให้ไข่ไก่ต้มสุกเอาเฉพาะไข่แดงบดผ่านผ้าขาวบางละเอียดให้ลูกปลากิน 1-2 ครั้ง หลังจากนั้นจึงให้ลูก ไรแดงเป็นอาหาร ส่วนการขนส่งลูกปลาเมื่อลูกปลาอายุครบ 2 วัน สามารถขนย้ายได้ด้วยความระมัดระวังโดยใช้สายยางดูด แล้วบรรจุในถุงพลาสติกขนาด 18 นิ้ว ไม่ควรเกิน 10,000 ตัวต่อถุง หากขนส่งเกิน 8 ชั่วโมง ให้ลดจำ นวนลูกปลาลง

การอนุบาลลูกปลาดุกในบ่อซีเมนต์

สามารถดูแลรักษาได้ง่ายขนาดของบ่อซีเมนต์ควรมีขนาด ประมาณ 2-5 ตารางเมตร ระดับความลึกของนํ้าทีใช้อนุบาลลึกประมาณ 15-30 เซนติเมตร การอนุบาลลูกปลาดุกที่มีขนาดเล็ก(อายุ 3 วัน) ระยะแรกควรใส่น้ำ ในบอ่อนบุ าลลกึประมาณ 10-15 เซนตเิมตร เมอื่ ลกู ปลามีขนาดใหญ่ขึ้นจึงค่อย ๆ เพิ่มระดับนํ้าให้สูงขึ้น การอนุบาลให้ลูกปลาดุกมีขนาด 2-3 เซนติเมตรจะใช้ เวลาประมาณ 10-14 วัน นํ้าที่ใช้ใน การอนุบาลจะต้องเปลี่ยนถ่ายทุกวัน เพื่อเร่งให้ลูกปลาดุกกินอาหารและ มีการเจริญเติบโตดี อีกทั้งเป็นการป้องกันการเน่าเสียของนํ้าด้วย การอนุบาลลูกปลาดุกจะปล่อยในอัตรา 3,000-5,000 ตัว/ตรม. อาหารที่ใช้ คือ ไรแดงเป็นหลักในบางครั้งอาจให้อาหารเสริมบ้าง เช่น ไข่ตุ๋นบด ละเอียด เต้าหู้อ่อนบดละเอียด หรืออาจให้อาหารเร่งการเจริญเติบโต ซึ่งหากให้อาหารเสริมจะต้องระวังเกี่ยว กับการย่อยของลูกปลาและการเน่าเสียของนํ้าในบ่ออนุบาลให้ดีด้วย

การอนุบาลลูกปลาดุกในบ่อดิน

บ่อดินที่ใช้อนุบาลลุกปลาดุกควรมีขนาด 200-800 ตรม. บ่อดินที่จะ ใช้อนุบาลจะต้องมีการกำ จัดศัตรูของลูกปลาก่อน และพื้นก้นบ่อควรเรียบ สะอาดปราศจากพชืพรรณไม้น้ำต่างๆ ควรมีร่องขนาดกว้างประมาณ 0.5 -1 เมตร ยาวจากหัวบ่อจรดท้ายบ่อ และลึกจากระดับ พื้นก้นบ่อ ประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการรวบรวมลูกปลา และ ตรงปลายร่องควรมีแอ่งลึก มีพื้นที่ ประมาณ 2-4 ตรม. เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมลูกปลา การอนุบาลลูกปลาดุกในบ่อจะต้องเตรียมอาหารสำหรับลูกปลา โดยการเพาะไรแดงไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นอาหารให้แก่ลูกปลาก่อนที่จะปล่อย 1 ลูกปลาดุกลงอนุบาลในบ่อการอนุบาลในบ่อดินจะปล่อยในอัตรา 300-500 ตัว/ตรม. การอนุบาลลูกปลาให้เติบโตได้ขนาด 3-4 เซนติเมตร ใช้เวลาประมาณ 14 วัน แต่การอนุบาลลูกปลาดุกในบ่อดินนั้น สามารถควบคุมอัตราการเจริญ เติบโตและอัตรารอดได้ยากกว่าการอนุบาลในบ่อซีเมนต์

ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในการอนุบาลลูกปลา

นํ้าเสียเกิดขึ้นจากการให้อาหารลูกปลามากเกินไป หากลูกปลาป่วยให้ ลดปริมาณอาหารลง 30-500 % ดูดตะกอนถ่ายนํ้าแล้วค่อยๆ เติมนํ้าใหม่หลังจากนั้นใช้ยาปฏิชีวนะออก ซีเตตร้าซัยคลิน แช่ลูกปลาในอัตรา 10-20 กรัมต่อนำ 1 ลูกบาศก์เมตรหรือในไตรฟุราโชน 5-10 กรัม ต่อ นํ้า 1 ลูกบาศก์เมตร วันต่อๆมาใช้ยา 3/4 เท่า ปลาจะลดจำ นวนการตายภายใน 2 3 วัน ถ้าปลาตายเพิ่มขึ้น ควรกำจัดลูกปลาทิ้งไป เพื่อป้องกินการติดเชื้อไปยังบ่ออื่นๆ

หวังว่าวิธีการอนุบาลปลาดุกที่เราได้เพิ่งเสนอไปจะเป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงปลาดุกของทุกๆคนไม่มาก็น้อยนะครับ แล้วอย่าลืมให้คำติชมกันด้วยครับ ขอบคุณครับ

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก หนังสือ การเพาะเลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
[Continue reading...]

สูตรการทำอาหารปลาดุกไว้ใช้เอง อย่างง่ายๆและได้ผลดี

- 0 comments
นอกจากการเอาใจใส่วิธีการหรือเทคนิคในการเลี้ยงปลาดุกแล้วเรื่องของอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน วันนี้เราจึงอยากเสนอสูตรการทำอาหารปลาดุกเองแบบง่ายๆมานำเสนอให้ผู้คนที่สนใจอยากลองทำอาหารเลี้ยงปลาดุกของตัวเองกันครับ การทำอาหารเองนั้นจะทำให้เราสามารถมั่นใจได้เลยว่าอาหารที่ให้ปลาดุกของเรามีคุณภาพมากน้อยเพียงใดเพราะเราเป็นคนปรุงส่วนผสมเองทั้งหมด ซึ่งนับว่าเป็นการช่วยประหยัดและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายไปในตัอีกด้วย

สูตรการทำอาหารปลาดุกไว้ใช้เอง อย่างง่ายๆและได้ผลดี

วัสดุที่ต้องเตรียม

  1. รำละเอียด 2 กระสอบปุ๋ย
  2. กากมะพร้าว 1 กระสอบปุ๋ย
  3. ปลาป่น 6 กิโลกรัม
  4. กากถั่วเหลือง 6 กิโลกรัม
  5. จุลินทรีย์ EM 1 ลิตร
  6. กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
  7. น้ำมันพืช 1 / 2 ลิตร

ขั้นตอนวิธีการทำอาหารปลาดุก

  1. นำส่วนผสมข้อ 1 1 กระสอบ ข้อ 2,3,4 คลุกให้เข้ากัน
  2. นำส่วนผสม ข้อ 5,6 ผสมน้ำ 20 ลิตร เพื่อคลุกเคล้าส่วนผสม ข้อ 1 หมักไว้ 12 ชั่วโมง
  3. นำส่วนผสมที่หมักไว้ในข้อ 1,2 ผสมกับรำละเอียด 1 กระสอบและน้ำมันพืช 1 ? 2 ลิตรคลุกเคล้านำเข้าเครื่องอัดเม็ดผึ่งแดด 2 วัน เก็บไว้ได้ 2 เดือน
หากหลังจากที่ได้ลองนำสูตรอาหารปลาดุกไปลองใช้แล้วได้ผลเป็นอย่างไร อย่างลืมนำมาบอกกล่าวเพื่อนๆด้วยนะครับ แล้วมาติดตามสูตรใหม่ได้เรื่อยๆที่บล็อคแห่งนี้ครับ
[Continue reading...]

เคล็ดลับการเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนซีเมนต์และการทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา

- 0 comments
จริงๆแล้วการเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนซีเมนต์อย่างเดียวก็สามารถที่จะสร้างผลผลิตกับเกษตรกรผู้เลี้ยงได้เป็นอย่างดีหรือแม้แต่การเลี้ยงปลาดุกในกระชังก็ตาม แต่วันนี้เราขอเกาะกระแสน้ำหมักที่ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในบ้านเราอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะเป็นการลดต้นทุนแล้วยังช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ซึ่งการเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนซีเมนต์ด้วยน้ำหมักนั้นจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ปลาช่วยในเรื่องของกลิ่นและรสชาติอีกด้วย แต่ทั้งนี้ขั้นตอนอาจจะดูยุ่งยากซับซ้อนสักนิดในการทำแต่รับรองว่าผลตอบแทนที่ได้จะเป็นที่น่าภูมิใจอย่างแน่นอนครับ

เคล็ดลับการเลี้ยงปลาดุกในบ่อปูนซีเมนต์และการทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา

การเตรียมอุปกรณ์ในการเลี้ยง

  1. ท่อปูนซีเมนต์ขนาด 100*50 เซนติเมตร
  2. ท่อพีวีซี ขนาด 1 นิ้ว ยาว 20 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น และยาว 40 เซนติเมตร จำนวน 1 เส้น
  3. ข้องอพีวีซีขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 อัน
  4. ยางนอกรถสิบล้อจำนวน 1 เส้น
  5. ยางนอกรถจักรยานยนต์จำนวน 1 เส้น
  6. ตาข่าย
  7. น้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา
  8. ปูน ทราย หิน
  9. อาหารสำหรับเลี้ยงปลาดุก
  10. พืชผักที่ปลากิน เช่น ผักบุ้ง ผักตบชวา ฯลฯ
  11. ลูกปลาดุก 70-80 ตัว

การเตรียมบ่อปูนซีเมนต์สำหรับเลี้ยงปลาดุก

  1. จะต้องทำการฆ่ากรดฆ่าด่างในบ่อปูน โดยให้นำหัวกล้วยหรือโคนกล้วยมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำมูลวัวมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำใส่ไปในบ่อใส่น้ำให้เต็ม แล้วหมักไว้ 5 วัน จากนั้นให้เปิดน้ำทิ้งแล้วเอาโคนกล้วยออกทิ้งด้วย
  2. นำน้ำสะอาดใส่ไปในบ่อแล้วแช่ทิ้งไว้ 1 วัน หลังจากนั้นก็ให้เปิดน้ำทิ้ง
  3. นำผักบุ้งมาถูให้ทั่วบ่อ ทิ้งไว้ตากบ่อให้แห้ง

สิ่งที่จะต้องเตรียมในการทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา

  1. ถังพลาสติกที่มีฝาปิดจำนวน 1 ถัง
  2. น้ำตาลทรายแดง 3 กิโลกรัม
  3. ฟักทองแก่ 3 กิโลกรัม 
  4. มะละกอสุก 3 กิโลกรัม
  5. กล้วยน้ำหว้าสุก 3 กิโลกรัม

ขั้นตอนวิธีทำน้ำหมักสูตรเลี้ยงปลา

หั่นมะละกอ, กล้วยน้ำหว้า, ฟักทองทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ไว้ในภาชนะที่มีฝาปิด ผสมน้ำตาลทรายแดง แล้วคนให้เข้ากันและปิดฝาให้แน่นหมักทิ้งไว้ 7 วัน แล้วเติมน้ำสะอาด 9 ลิตร ปิดฝาให้แน่นแล้วหมักต่ออีก 15 วัน

ประโยชน์ของการใช้น้ำหมักในการเลี้ยงปลาดุก

  • เป็นฮอร์โมนพืช เร่งดอก เร่งผล รสชาติหวานอร่อย 
  • ปลาไม่เป็นโรค 
  • ปลาไม่มีกลิ่นสาบ 
  • ปลาไม่มีมันในท้อง 
  • ปลาจะมีเนื้อหวานรสชาติอร่อย

ขั้นตอนการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ด้วยน้ำหมักที่เตรียมไว้

  1. นำท่อปูนที่มีรอยคราบผักบุ้ง หรือบ่อปูนที่ไม่มีกรดไม่มีด่าง ใส่น้ำให้มีความสูง 10 เซนติเมตร (ช่วงปลาขนาดเล็ก เพิ่งนำมาปล่อย) แล้วเติมน้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะ
  2. นำปลาดุกมาแช่น้ำในบ่อปูนทั้งถุง แล้วค่อยๆเปิดปากถุงให้ปลาว่ายออกมาเอง
  3. วันแรกที่นำปลามาปล่อยไม่ต้องให้กินอาหาร
  4. นำพืชผักที่ปลากิน เช่นผักบุ้ง ผักตบชวาและอื่นๆมาใส่ในบ่อ
  5. การให้อาหาร ปลา 1 ตัวให้อาหาร 5 เม็ด/เมื้อ ในช่วงปลาเล็กให้อาหารวันละ 2 เมื้อ เช้า-เย็น ปลาอายุ 1 เดือนครึ่งให้อาหารปลาขนาดกลาง โดยให้อาหารวันละ 1 ครั้ง ให้ปลากินตอนเย็น 

หมายเหตุที่ก่อนให้อาหารต้องนำอาหารมาแช่น้ำก่อนเสมอประมาณ 10-15 นาที

  1. ปลาจะได้กินอาหารทุกตัว
  2. ปลาตัวที่แข็งแรงจะทำให้ท้องไม่อืด
  3. ปลาไม่ป่วย
  4. การเจริญเติบโตใกล้เคียงกัน
  5. อาหารไม่เหลือในบ่อและน้ำก็ไม่เสีย
  6. ถ่ายน้ำทุกๆ
  7. วัน หรือ 10 วัน/ครั้ง ทุกครั้งที่ถ่ายน้ำจะต้องใส่น้ำหมัก 1 ช้อนโต๊ะเสมอ

ขั้นตอนสุดท้ายเรื่องของการจำหน่าย

  1. ก่อนจะจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดี
  2. ปลาดุก 3 เดือนครึ่ง จำนวน 70 ตัว จะมีน้ำหนัก 14-15 กิโลกรัม หรือประมาณ 4-5 ตัว/กิโลกรัม จำหน่ายได้กิโลกรัมละ 60-70 บาท
  3. ต้นทุนอาหารกิโลกรัมละ 19-20 บาท หมายเหตุ ต้นทุนครั้งแรก 1 ชุด 430 บาท น้ำที่ถ่ายทิ้งจากบ่อปลาสามารถนำมารดต้นไม้ พืชผักสวนครัว เป็นปุ๋ยอย่างดี
หากนำไปประยุกต์ใช้กับบ่อเลี้ยงของตนเองแล้วได้ผลอย่างไรอย่าลืมนำมาบอกกล่าวเพื่อนๆที่บล็อคแห่งนี้ด้วยนะครับ เผื่อจะเป็นไอเดียให้คนอื่นๆด้วย
[Continue reading...]

เทคนิคการเลี้ยงปลาดุกช่วยลดต้นทุนเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

- 0 comments
หากท่านใดที่กำลังประสบปัญหาในการเลี้ยงปลาดุกอยู่ละก็ อยากให้ติดตามเทคนิคการเลี้ยงปลาดุกช่วยลดต้นทุนในวันนี้ จากการให้ข้อมูลของ นาย ประดับ ทองรักษ์ นักวิชาการชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าในปัจจุบันนับมีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาดุกเป็นจำนวนมากที่ประสบปัญหาเรื่อง ปลาดุกที่เลี้ยงมีกลิ่นคาว เนื่องจากน้ำบูดเน่าจากเศษอาหารที่เหลือตกค้าง อาจทำให้ผลผลิตมีจำนวนลดลง และจำหน่ายได้ราคาไม่ดีเท่าที่ควร จึงได้แนะนำวิธีการที่จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำบูดเน่าและส่งกลิ่นเหม็น

เทคนิคการเลี้ยงปลาดุกช่วยลดต้นทุนเพื่อสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

ขั้นตอนมีดังต่อไปนี้

1. ใช้น้ำหมักชีวภาพ กับ สารเร่งพด 2 (ผสมน้ำสะอาด) อัตรา 30 : 60 ซีซี สำหรับบ่อปลาที่มีขนาด 2.5 x 3 เมตร น้ำลึก 50 - 60 เซนติเมตร ปรับสภาพน้ำในบ่อทุก 15 วัน จะช่วยลดค่าของน้ำในการเลี้ยงปลาดุกได้

2. การให้อาหารปลา ควรให้อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารเสริมโดยใช้ปลาบดกับรำละเอียด อัตราส่วน 9 : 1 ให้ปลาดุกกิน เกษตรกรควรดูอาหารเสริมให้พอดีกับความต้องการของปลาในบ่อ เพราะทำได้ทีละครั้งเท่านั้นไม่สามารเก็บไว้ให้ในครั้งต่อไปได้ ถ้าให้ในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้น้ำในบ่อเน่าเสีย ส่งผลให้ปลาดุกเป็นโรคครีบเปื่อยได้

3. ถ้าปลาดุกของเกษตรกรเกิดเป็นโรคครีบเปื่อยสามารถใช้ขมิ้นชันประมาณ 1 กำมือ ทุบให้ละเอียดใส่ในน้ำสามารถรักษาโรคแผลเปื่อยได้

4 .ถ้าหากต้องการไม่ให้ปลาดุกมีกลิ่นคาว ให้ใช้เชือกไนล่อนแขวนกระดูกสัตว์ไว้บนบ่อปลาทำการเคาะให้มดแดงตกลงไปเป็น อาหารของปลาดุก ซึ่งสามารถช่วยลดความคาวของเนื้อปลาดุกและช่วยลดความเครียดให้แก่ปลาดุกได้ (เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่เล่าต่อกันมาและสามารถนำมาใช้ได้เป็นประโยชน์ได้ จริง)

แหล่งที่มาของข้อมูล ประดับ ทองรักษ์. นักวิชาการชำนาญการ. สัมภาษณ์, 4 กรกฎาคม 2555.
เรียบเรียงโดย นงพงา ไกรวิลาศ. เจ้าหน้าที่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดชุมพร.
[Continue reading...]

วิธีแก้บ่อปลาดุกเหม็นเน่าด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์

- 0 comments
ปัญหาใหญ่ที่มักจพบเสมอๆเมื่อเราทำการเลี้ยงปลาดุกในบ่อ คือ บ่อปลาดุกมักจะมีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่ว ปัญหาน่าจะมาจากการให้อาหารเยอะเกินไปบางทีปลาดุกก็อมอาหารไว้ในปาก เกิดการสะสมของอาหารปลาดุกเยอะเกินไปทำให้น้ำเน่าเสียไว ลำพังแค่การถ่ายเปลี่ยนน้ำหรือเอาผักตบใส่ลงไปในบ่อนั้นไม่สามารถที่จะแก้ไข้ได้ตรงจุดนัก วันนี้เราอยากแนะนำให้เพื่อนๆได้ลงใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ช่วยแก้ปัญหาเพราะจุลินทรีย์จะช่วยย่อยสลายของเน่าเสียและลดปัญหากลิ่นได้เป็นอย่างดี หากจะใช้ปริมาณมากๆก็อยากแนะนำให้ลองทำน้ำหมักเอง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลย และข้อดีอีกอย่างของการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ก็คือ ปลาดุกที่เราเลี้ยงไว้จะมีผิวสวย น่ารับประทาน ไม่มีกลิ่นคาว เหมาะแก่การนำไปประกอบอาหาร

วิธีแก้บ่อปลาดุกเหม็นเน่าด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์
[Continue reading...]

วิธีการเลี้ยงปลาดุกในกระชังให้เจริญเติบโตได้ดี

- 0 comments
ทุกวันนี้เกษตรกรเริ่มหันมาทำการเลี้ยงปลาดุกมายิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการเลี้ยงปลาดุกในกระชังเป็นการใช้แหล่งน้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ ในการเพิ่มอาหารโปรตีนอีกทางหนึ่ง ซึ่งการเลี้ยงปลาดุกนั้นสามารถเลี้ยงเป็นงานอดิเรกหรือเลี้ยงเป็นอาชีพประจำครอบครัวก็ได้ เพราะจะช่วยเก็บเศษอาหารที่เหลือให้เกิดประโยชน์ และถ้าเลี้ยงในกระชังขนาดใหญ่หลายๆ กระชังแล้วจะสามารถทำรายได้ให้กับผู้เลี้ยงได้มาก และสามารถยึดเป็นอาชีพได้ แต่ทั้งนี้หากคิดจะทำจริงจังก็ควรจะศึกษาแนวทางในการเลี้ยง ทดลองการให้อาหารในแบบต่างๆ เพื่อพัฒนาการเลี้ยงปลาดุกของเราได้ด้วย จะได้มีพ่อและแม่พันธุ์ปลาดุก หรือยังจะส่งผลให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและผลผลิตการเลี้ยงปลาดุกของเราเอง

สิ่งที่ควรคำนึงในการเลี้ยงปลาดุกในกระชังมีดังต่อไปนี้

  • คุณภาพของน้ำต้องดี
  • เป็นแหล่งที่มีกระแสน้ำไหลผ่านสะดวก
  • การคมนาคมสะดวก
  • ในบริเวณที่ใช้เลี้ยงปลาในกระชังควรปราศจากศัตรูธรรมชาติและโจรผู้ร้าย
  • ฤดูกาลที่เหมาะสม
  • ขนาดของกระชังพอเหมาะประมาณ กว้าง 1½ เมตร ยาว 2 เมตร ลึก 1.3 เมตร

คลิปวิดีโอวิธีการเลี้ยงปลาดุกในกระชัง



ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ
บางส่วนจากรายงานของ นายสัตวแพทย์ ดร.คณิต ชูคันหอม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะสัตวแพทยศาตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
[Continue reading...]